

ตลาดงานคดี และงานให้คำปรึกษากฎหมาย กำลังเคลื่อนตัวสู่โลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว แพลตฟอร์มจับคู่ทนายความ/ลูกความ เช่น Lawzana.com และ Legardy.com ได้กลายเป็น "ขุมทรัพย์ใหม่" ที่รวบรวมงานมูลค่าสูงจากทั่วประเทศไว้มากมาย และเป็นโอกาสทองที่คุณไม่สามารถหาได้จากตลาดแบบดั้งเดิม
ชัยชนะในการประมูลงานคดี/งานให้คำปรึกษา ไม่ได้วัดจาก "ราคาค่าตัวที่ถูกที่สุด" แต่มาจากการสร้าง "ความน่าเชื่อถือที่ไม่มีใครเทียบได้"
เราจะมาเปิดเผย 2 สิ่งที่คุณอาจขาดไป ซึ่ง 2 สิ่งนี้เปรียบเสมือน "พาสปอร์ตทองคำ" ที่ทำให้คุณมีขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage) เหนือคู่แข่ง 95% ในโลกออนไลน์
หลายคนมองว่าการสอบเนติบัณฑิตเป็นเพียง "ทางเลือก" หรือ "ความสำเร็จส่วนตัว" ที่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทนายความ แต่ในโลกของการประมูลงานคดีมูลค่าสูงๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ มันคือ "ตัวกรองความน่าเชื่อถือ" (Trust Filter) ที่ทรงพลังที่สุด
ข้อเท็จจริงนี้พิสูจน์ได้จาก รายชื่อของทนายความผู้ที่ได้รับงานและคะแนนนิยมสูงสุดบน Legardy.com ส่วนใหญ่ล้วนต้องมีวุฒิเนติบัณฑิต
สำหรับลูกค้าระดับองค์กร หรือระดับผู้บริหาร ซึ่งประสงค์จะว่าจ้างผ่านแพลตฟอร์มแล้ว วุฒิเนติบัณฑิตคือตรารับรองมาตรฐานขั้นต้น อันพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและองค์ความรู้ทางกฎหมายในระดับสูงของทนายความ ซึ่งเป็นฐานให้คุณเรียกราคาหรือค่าตัวที่เพิ่มขึ้นได้
ทนายความที่ไม่มีวุฒิเนติฯ มักถูกบีบให้ต้องแข่งขันด้วยราคาที่ต่ำ ในทางกลับกันเมื่อคุณมีวิทยฐานะเช่นเนติบัณฑิต คุณกำลังแข่งขันบนพื้นฐานของ "คุณภาพ" ไม่ใช่ "ราคา"
ลูกค้ามักใช้คำค้นหาที่เจาะจงบน Google เช่น "จ้างทนายความ เนติบัณฑิต" ซึ่งหากคุณมีคุณวุฒินี้แล้ว ชื่อของคุณก็จะปรากฏขึ้นในทันทีต่อลูกค้าระดับพรีเมียม ผู้ซึ่งกำลังมองหาทนายความที่มีคุณสมบัติเฉพาะเจาะจง
เมื่อคุณได้วุฒิเนติบัณฑิตมาแล้ว หากไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสม คุณวุฒิ "ทองคำ" นั้นก็จะยังคงเป็นเพียงใบประกาศที่อยู่ในแฟ้มเท่านั้น
เว็บไซต์ส่วนตัว คือ "พาสปอร์ต" ที่ช่วยสื่อสารหรือแสดงสถานะเนติบัณฑิต รวมถึงประสบการณ์และคุณสมบัติอื่นๆ ของคุณให้เป็นที่ประจักษ์ ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมากบนแพลตฟอร์มอย่าง Lawzana หรือ Legardy ดังจะกล่าวต่อไปนี้…
เมื่อคุณยื่นคำเสนอประมูลงานบนแพลตฟอร์ม ลูกความจะตรวจสอบโปรไฟล์ของคุณ
หากในโปรไฟล์นั้นมีลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่แสดงประวัติการศึกษา (เนติบัณฑิต) ประสบการณ์ ผลงาน และมุมมองเชิงลึกทางกฎหมาย ก็จะสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกความได้ทันตาเห็น
เว็บไซต์ทำให้คุณสามารถแสดงงานเขียน หรือบทวิเคราะห์คดีประเภทที่เป็นกฎหมายเฉพาะ (เช่น กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ, กฎหมายภาษีอากร, กฎหมายปกครอง ฯลฯ) ซึ่งเนติบัณฑิตเท่านั้น จึงจะเป็นผู้ที่ถือว่าได้สอบผ่านกฎหมายเฉพาะด้านเหล่านี้อย่างเป็นทางการแล้ว
ฉะนั้นเมื่อนำมาประกอบกัน ก็จะทำให้คุณดูเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตัวจริง (Specialist) ยิ่งกว่าทนายความทั่วๆ ไป (Generalist)
การมีเว็บไซต์ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า คุณเป็นมากกว่าทนายความอิสระ คุณไม่ใช่ทนายความฉาบฉวย แต่คุณเป็น "สำนักงานกฎหมายดิจิทัล" และเป็นมืออาชีพที่มีระบบการจัดการคดีที่น่าเชื่อถือ ซึ่งปัจจัยนี้มีผลสำคัญมากต่อการชนะงานของลูกความในระดับองค์กร
ตัวอย่างในทางปฏิบัติ: เมื่อคุณใส่ลิงค์ (URL) เว็บไซต์ของคุณ ไว้ในโปรไฟล์ หรือข้อความตอบกลับของคุณผ่านทางแพลตฟอร์ม Lawzana แล้ว จากนั้นเมื่อ URL ดังกล่าวเชื่อมไปสู่หน้าเว็บไซต์แสดงใบประกาศนียบัตรเนติบัณฑิต ลูกความก็จะไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาข้อมูล เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือของคุณอีกต่อไป เพียงพวกเขากดคลิก ก็จะเห็นทันทีว่า คุณคือตัวเลือกที่เหนือกว่า

การรวมกันของ วุฒิเนติบัณฑิต (The Quality หรือตรารับรองคุณภาพ) และ เว็บไซต์ระดับมืออาชีพ (The Display หรือเครื่องมือนำเสนอ) คือ สูตรสำเร็จที่จะทำให้คุณชนะประมูลงานคดีใหญ่ๆ มูลค่าสูงๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้
มีแต่ใบอนุญาต (= ไม่มีความโดดเด่นแตกต่างเชิงประจักษ์ให้ลูกความสังเกตหรือรู้สึกได้ชัดแจ้ง)
มีทั้งตรารับรองคุณภาพ (เนติบัณฑิต) และมีเครื่องมือนำเสนอ (เว็บไซต์)
เหล่านี้จะช่วยให้คุณ กำหนดราคาพรีเมียมได้ และชนะการประมูลได้บ่อยกว่า
เมื่อคุณได้ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นสุดยอดนักกฎหมายแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะช่วยคุณสร้างเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อให้คุณบรรลุเป้าหมายความรุ่งเรืองมั่นคงทางวิชาชีพ
ที่สำนักกลยุทธ์และกฎหมาย ๙ ดาวเหนือ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญ ทั้งด้านกฎหมาย และด้านการตลาดที่เข้าใจความต้องการของทนายความโดยเฉพาะ เราจึงไม่ได้แค่สร้าง "เว็บไซต์สวย ๆ" แต่เราสร้าง "ระบบพาสปอร์ตทองคำ" เพื่อให้คุณนำเสนอคุณวุฒิคุณสมบัติอย่างมืออาชีพ เพื่อดึงดูดงานคดีระดับคุณภาพและลูกความระดับบน แก่คุณได้โดยตรง
คลิกที่ปุ่มด้านล่างนี้เพื่อดูบริการของเรา หรือติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษา
วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง (Neuroscience) พิสูจน์แล้วว่า "ภาษากายของคุณ" สื่อสารไปถึงลูกความหรือบุคคลภายนอกอื่นๆ ก่อนภาษาพูดของคุณเสียอีก ทั้งยังมีผลต่อจิตใต้สำนึกของพวกเขามากยิ่งกว่าภาษาพูด
หรือแม้กระทั่งในโลกดิจิทัล ซึ่งการตัดสินใจเลือกทนายความไม่ได้เกิดขึ้นโดยการพบกันตัวเป็นๆ ต่อหน้า แต่เกิดขึ้นบนหน้าจอมือถือภายในเสี้ยววินาที! ไม่ว่าคุณจะเป็นทนายความที่มีประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญสูงเพียงใด แต่ถ้าภาพถ่ายของคุณที่ปรากฎบนเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย ยังคงเป็น "ภาพหน้าตรง" แบบมาตรฐานทั่วไปซึ่งทนายความคนไหนๆ ก็มี คุณกำลังเสียโอกาสในการดึงดูดลูกความไปอย่างน่าเสียดาย เพราะลูกความอาจตัดสินคุณเพียงจากสิ่งที่ภาพถ่ายของคุณสื่อสารออกมา
ทนายความที่ประสบความสำเร็จสูงๆ จึงไม่ได้เพียงแค่ยิ้ม แต่พวกเขารู้จักใช้ "ท่าทางภาษากายที่ทรงพลัง (Power Pose)" ทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารความมั่นใจ อำนาจ และความน่าเชื่อถือ... ก่อนที่พวกเขาจะขยับปากพูด หรือพิมพ์ข้อความตอบกลับเสียอีก!
ทนายความหลายท่าน เข้าใจผิดว่าแค่สวมเสื้อครุยหรือชุดสูทราคาแพงก็เพียงพอแล้ว จริงอยู่ว่าเครื่องแบบในทางวิชาชีพ หรือเครื่องแต่งกายที่ดูดีมีภูมิฐาน ช่วยเสริมสร้างความประทับใจในครั้งแรกได้ แต่ความจริงมากกว่านั้นคือ ท่าทางภาษากาย มีผลกระทบที่ทรงพลังยิ่งกว่า
งานวิจัยด้านจิตวิทยาพบว่า ภาษากายของเรา ส่งอิทธิพลต่อจิตใต้สำนึกของผู้ที่ได้รับชมหรือผู้คนที่อยู่รอบข้าง และบุคคลเหล่านั้นก็จะตัดสินเรื่องความน่าเชื่อถือ (Credibility) และความสามารถ (Competence) ของเรา จาก "ภาษากาย" ของเราอย่างรวดเร็ว
(และนี่คือสิ่งที่คุณควรตรวจสอบภาพถ่ายปัจจุบันของคุณด้วย)…
ทำให้คุณดูประหม่าและขาดอำนาจ
คือการตั้งกำแพง สื่อสารถึงอารมณ์ต่อต้าน ทำให้คุณดูเข้าถึงยากและไม่น่าไว้วางใจ
สื่อถึงความไม่จริงใจ หรือการปิดบัง
คุณอาจคิดว่า: "แค่รู้ท่า ก็ทำได้เองแล้ว" แต่การจัด Power Pose ที่ทรงพลัง เพื่อประสิทธิผลด้านการตลาดและการสื่อสารบนโลกออนไลน์นั้นซับซ้อนกว่าที่คิด เพราะคุณต้องผสานองค์ประกอบต่อไปนี้เข้าด้วยกัน:
ท่าทางภาษากายนั้นต้องดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การ "เสแสร้ง" หรือ "ฝืนทำ" มิฉะนั้น นอกจากจะไม่ทำให้เกิดพลังแล้ว ยังอาจลดทอนความน่าเชื่อถือลง
มุมกล้อง, แสง, สี และฉากหลัง ต้อง ส่งเสริม Power Pose นั้น ๆ ไม่ใช่หักล้างกัน
การเลือกใช้ Power Pose ให้เหมาะสมกับ แบรนด์ของคุณ และประเภทบริการของคุณ (เช่น ทนายคดีอาญาควรใช้ Commanding Pose มากกว่า Welcome Pose)
การสร้างสรรค์ภาพถ่ายให้ "ดูมีระดับและเป็นมืออาชีพ" คือ การลงทุนอย่างหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในวิชาชีพของคุณ
ในทางตรงข้าม การจัดวางท่าทางหรือภาษากายที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจทำให้คุณเสียโอกาสได้รับว่าจ้างคดีในฝันไปตลอดกาล!
อย่าลังเล! อย่ารอช้า! อย่าปล่อยให้คู่แข่งใช้ Power Pose นำหน้าคุณไปก่อน
และอย่าลืมว่า ที่ ๙ ดาวเหนือ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและกฎหมาย ซึ่งช่วยคุณได้ในเรื่องนี้ด้วยงบลงทุนที่ประหยัด คลิกดูเลย…

คุณทุ่มเทเรียนกฎหมายมานานหลายปี ฝึกฝนทักษะการว่าความจนได้รับใบอนุญาต และได้ว่าความในชั้นศาลแล้ว แต่ทำไมคุณยังต้องเหนื่อยกับการพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า?
คำตอบอยู่ที่ Authority (พลังของอำนาจและความน่าเชื่อถือ) ซึ่งเป็นหลักการทางจิตวิทยาที่ถูกพิสูจน์แล้วโดย ดร. Robert Cialdini ผู้เชี่ยวชาญด้านการโน้มน้าวใจระดับโลก!
Cialdini เป็นนักจิตวิทยาและศาสตราจารย์กิตติคุณ ผู้โด่งดังจากผลงานวิจัยในเรื่องศาสตร์แห่งการโน้มน้าว เขาได้เขียนหนังสือที่ทรงอิทธิพลที่สุดเล่มหนึ่งชื่อว่า Influence: The Psychology of Persuasion ซึ่งได้เผยแพร่หลักสากล 6 ประการของการโน้มน้าวใจ และ Authority ก็เป็นหลักการหนึ่งในนั้น

Authority เป็น "พลังดึงดูดทางจิตวิทยา" ที่ทำให้ลูกความ/ลูกค้ารู้สึกเชื่อมั่น และพร้อมจะทำตามคำแนะนำของคุณ โดยไม่มีข้อสงสัยหรือการต่อรอง
ในงานวิจัยหนึ่ง ผู้คนมีแนวโน้มที่จะทำตามคำสั่งของคนแปลกหน้า (เช่น ขอให้ย้ายที่จอดรถ) ถึงแม้คำสั่งนั้นจะไม่สมเหตุสมผล เพียงเพราะบุคคลนั้นสวมชุดเครื่องแบบ (เช่น ชุดพนักงานรักษาความปลอดภัย) มากกว่า คนที่แต่งกายธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด
การศึกษาในห้องทดลองพบว่า แม้แพทย์เขียนคำสั่งให้ใช้ยาที่ผิดชนิดโดยผิดหลง พยาบาลส่วนใหญ่ก็ยังมักจะทำตามคำสั่งนั้นโดยไม่ตั้งคำถาม เพราะพวกเขามองว่าแพทย์คือ "ผู้มีอำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมาย" (Legitimate Authority) ในเรื่องการรักษาพยาบาลนั้น
เพียงแค่แนะนำตัวด้วยคำนำหน้า เช่น "ดร.", "ศาสตราจารย์", "ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส", หรือ "อดีตผู้พิพากษา" ก็สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือ และเปลี่ยนมุมมองของผู้ฟัง ให้พร้อมรับฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำได้อย่างรวดเร็ว
ทนายความเป็นอาชีพที่ขายความรู้ ความชำนาญ และความไว้วางใจ แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล ลูกค้าไม่มีเวลามานั่งตรวจสอบประวัติทนายทุกคนโดยละเอียด ในการนี้ Cialdini ค้นพบว่ามนุษย์เลือกใช้ "ทางลัดทางความคิด" เพื่อช่วยตัดสินใจ โดยพิจารณาที่ภาพลักษณ์ Authority ของทนายความคนหนึ่งๆ เป็นสำคัญ
เมื่อคุณสร้างภาพลักษณ์แห่ง Authority ได้สำเร็จ คุณกำลังมอบทางลัดที่ทรงพลังที่สุดให้ลูกค้า:
ลูกค้ามองว่าถ้าคุณคือ "ผู้เชี่ยวชาญ" ตัวจริง ความกลัวของเขาว่ากำลังเสี่ยงตัดสินใจผิดพลาด ก็จะลดลง พวกเขาจะเลือกคุณ แม้ค่าตัวคุณจะสูงกว่าทนายความทั่วไปคนอื่นๆ
อำนาจและความน่าเชื่อถือที่คุณเสริมสร้างมาอย่างดี จะทำงานแทนคุณ ลูกค้าจะไม่รู้สึกอยากเสียเวลาไป "เปรียบเทียบ" คุณกับใครอีก
เมื่อคุณมีพลัง Authority คุณจะดึงดูดลูกความที่ไม่ได้มองหา "ทนายราคาถูก" แต่ต้องการ "ทนายที่ดีที่สุด" เท่านั้น เพื่อให้ทำคดีใหญ่ๆ ซึ่งมีส่วนได้เสียสูงริ่ว
การสร้าง Authority ไม่ใช่เรื่องของการโอ้อวด แต่เป็นการ "แสดงออกถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญ" ผ่านหลักฐานที่จับต้องได้ ต่อไปนี้คือ 3 ตัวอย่างที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที:
หยุดทำสิ่งเดิมๆ ที่เหนื่อยล้าแต่ได้ผลต่ำ แล้วหันมาสร้างระบบเพื่อให้ ลูกความ+คดีคุณภาพวิ่งเข้าหาคุณเอง
คลิกปุ่มด้านล่างเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ของเรา และดูบริการของเรา
พยายามเขียนบทความให้ความรู้กฎหมายแทบตาย แต่ยอดคนอ่านกลับนิ่งสนิท? หรือพยายามนำเสนอบริการกับลูกความอยู่ตั้งนาน แต่สุดท้ายเขากลับเดินไปหาทนายความคนอื่น?
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความรู้กฎหมายของคุณ แต่อยู่ที่ว่า "ประเด็น" (Point) ในข้อความที่คุณสื่อสารนั้น ยังไม่แหลมคมพอ!
ในโลกที่ข้อมูลล้นทะลัก ลูกค้าไม่ได้ต้องการฟังข้อกฎหมายที่น่าเบื่อ พวกเขาต้องการให้คุณสื่อสารอย่างกระชับ และตรงประเด็นว่า "คุณจะช่วยเขาแก้ปัญหาได้หรือไม่ อย่างไร?"
ในบทความนี้ เราจะถอดเคล็ดวิชาจากหนังสือระดับตำนาน Get to the Point! โดย Joel Schwartzberg แล้วนำมาปรับใช้กับวงการทนายความไทย เพื่อเปลี่ยน "การพูดทั่วๆ ไป" ของคุณ ให้กลายเป็น "อาวุธการตลาด" ที่ทรงพลังที่สุด
ทนายความส่วนใหญ่มักสื่อสารด้วย "หัวเรื่อง" เช่น "เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA" หรือ "เรารับปรึกษาปัญหากฎหมายแรงงาน" สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงธีม (Theme) กว้างๆ ที่ไม่มีแรงดึงดูดเพียงพอ
(เพราะนำเสนอแต่หัวเรื่อง)
"เราให้บริการประเมินความเสี่ยงด้าน PDPA และการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งลูกจ้างและลูกค้าในธุรกิจของคุณ"
(เพราะนำเสนอคุณค่า + ตั้งประเด็นได้อย่างเฉียบคม)
"การจัดการความเสี่ยง PDPA ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือการเปลี่ยนความกังวลในใจของทั้งลูกจ้างและลูกค้าในธุรกิจของคุณ ให้กลายเป็นความเชื่อมั่น รวมถึงอุดรอยรั่วที่อาจทำให้ธุรกิจคุณเสียค่าปรับหลักล้าน"
หัวใจสำคัญของการสื่อสาร คือการตอบคำถามว่า คุณต้องการให้ผู้รับสาร คิด (Think), รู้สึก (Feel) และ ทำ (Do) อะไร? หากบทความของคุณมีแค่ข้อมูล แต่ไร้ทิศทาง (Direction) เพราะไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ผู้อ่าน/ผู้ฟังก็จะปัดคุณตก หรือโยนข้อความคุณลงถังขยะทันที
ใช้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่เห็นเป็นประจักษ์ (Evidence) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ใช้การเล่าเรื่อง (Storytelling) เพื่อกระตุ้นให้ลูกความต้องตระหนัก หรือต้องกังวลถึงผลลบหรือภัยเสี่ยงที่เขาอาจได้รับ หากไม่ทำอะไรสักอย่าง แต่ถ้าหากเขาตัดสินใจลงมือทำโดยความช่วยเหลือของคุณแล้ว เขาจะได้รับผลบวกหรือความคุ้มครองอย่างไรบ้าง
อย่าปล่อยให้ลูกความคาดเดาเอาเองว่าคุณต้องการสื่ออะไร! การสื่อสารที่คลุมเครือ คือ ฆาตกรเงียบของการตลาดในวิชาชีพกฎหมาย
ต่อไปนี้ คือ ตัวอย่างข้อความสื่อสารที่ตั้งประเด็น และนำไปประยุกต์ใช้ตามช่องทางต่างๆ…
ไม่ว่าคุณจะขึ้นพูดในงานสัมมนา หรือนำเสนองานในห้องประชุม ให้ยึดหลักการต่อไปนี้:
เริ่มต้นด้วยประเด็นที่ชัดเจนเพียงประเด็นเดียว โดยจำกัดความยาวไม่เกิน 3 ประโยค
ทุกสไลด์หรือทุกคำพูดต่อๆ มา จะต้องสนับสนุนประเด็นในข้อ 1. เท่านั้น
ตัดข้อความหรือประโยคพูดอื่นๆ ที่เยิ่นเย้อ ฟุ่มเฟือย หรือไม่เกี่ยวกับประเด็น ออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
จบด้วยคำขอให้ผู้รับสารหรือผู้ฟังดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยทันที

ในวันที่ตลาดแข่งขันกันหนักหน่วง และการเข้าถึงทนายทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว "ความไว้วางใจ" (Trust) จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณแสดงให้ลูกความเห็นได้ว่า คุณเข้าใจปัญหาของเขาอย่างถ่องแท้และมีทางออกที่ชัดเจน
การสื่อสารที่ "มีประเด็นชัดเจน" (Point-making) จะช่วยเพิ่มทั้งความน่าเชื่อถือ (Credibility) และอัตราการตัดสินใจใช้บริการ (Conversion Rate) ให้แก่คุณได้อย่างก้าวกระโดด
อย่าปล่อยให้ความรู้และประสบการณ์อันล้ำค่าของคุณถูกกลบหายไปเพราะการสื่อสารที่ไม่มีจุดหมาย
ให้เราช่วยคุณขัดเกลาข้อความให้ "คม" และ "เข้าเป้า" เพื่อเปลี่ยน ผู้ชม/ผู้ฟัง ให้เป็นลูกความที่พร้อมเดินไปกับคุณ!
คุณเคยรู้สึกเหนื่อยไหมกับการต้องวิ่งไล่หาลูกค้าใหม่ทุกเดือนหรือทุกสัปดาห์? รายได้ของคุณขึ้นลงตาม "วิกฤต" ของบุคคลทั่วไป?
ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องหยุดพัก หายใจลึก ๆ และมองเห็น "ขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่" ในตลาดองค์กรนิติบุคคล
เพราะการได้ลูกความในรูปบริษัทหรือห้างร้าน (Corporate Client) แม้เพียงรายเดียว ก็สามารถเปลี่ยนเกมอาชีพของคุณได้ตลอดไป หรืออย่างน้อยที่สุด ค่ารีเทนเนอร์รายเดือน (Retainer) ก็ยังเป็น "รายได้ที่มั่นคง" เหนือกว่าการวิ่งตามหาคดีรายย่อย
เราไม่ได้พูดถึงการละเลยลูกความที่เป็นบุคคลธรรมดา แต่เรากำลังพูดถึง การจัดลำดับความสำคัญของพลังงานและเวลา ที่คุณมีจำกัด ลองเปรียบเทียบดู:
ทนายความส่วนใหญ่ประสบปัญหา "รายได้แบบเหวี่ยง" (Lumpy Income) คือมักจะได้เงินก้อนใหญ่ต่อเมื่อคดีเสร็จแล้ว จึงมีช่วงเงียบเป็นพักๆ และกดดันให้ทนายความต้องไปวิ่งหาลูกค้ารายย่อยใหม่ๆ
คุณรู้แน่ชัดว่าจะมีรายได้เข้ามาเท่าไหร่ในแต่ละเดือน ทำให้การวางแผนธุรกิจและการลงทุนในสำนักงานง่ายขึ้น
ลูกความระดับบริษัทต้องการคุณเพื่อ "ป้องกัน" ปัญหา (เช่น ร่างสัญญาให้รัดกุม, ให้คำปรึกษาด้าน Compliance หรือบริหารความเสี่ยงธุรกิจ) มากกว่าการ "ตามแก้" ปัญหา (เช่น ฟ้องร้องคดี)
ถ้าคุณอยากได้ลูกค้าระดับ CEO หรือบริษัทเอกชน คุณไม่สามารถใช้คำโฆษณา เช่น "ทนายความเก่งคดีแพ่ง โทร 08x-xxxxxxx" ได้อีกต่อไป เพราะตลาดนิติบุคคลมีวิธีคิดและตัดสินใจที่แตกต่างไปสิ้นเชิง:
แรงขับเคลื่อน: อารมณ์, การแก้วิกฤต, ความเร่งด่วน
ภาษาที่ใช้สื่อสารกับลูกความ: ภาษาชาวบ้าน, เน้นการต่อสู้, การเอาชนะ
การตลาด: นำเสนอวิธีดับไฟร้อนเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว (Reactive)
แรงขับเคลื่อน: ตรรกะ, การป้องกันความเสี่ยง, ROI
ภาษาที่ใช้สื่อสารกับลูกความ: ภาษาธุรกิจ, ภาษาของผู้บริหาร, เน้นความมั่นคงองค์กร, Compliance, และการเติบโตขององค์กร
การตลาด: นำเสนอยุทธวิธีป้องกันเชิงรุก (Proactive)
คำถามสำคัญ: การสื่อสารด้านการตลาดของคุณวันนี้ พูดถึง "ความเสี่ยงทางธุรกิจ" หรือ "ความขัดแย้งส่วนตัว"?
ถ้าคำตอบคืออย่างหลัง คุณอาจกำลังทิ้ง หรือมองข้ามตลาดมูลค่ามหาศาล หรือสละโอกาสให้แก่สำนักงานที่ "เข้าใจเกมของลูกความระดับนิติบุคคล"
นอกเหนือจากกลยุทธ์ด้านเนื้อหาแล้ว ตลาดนิติบุคคลไม่ได้ซื้อแค่ "ทักษะ/ทีมงานของคุณ" แต่ซื้อ "ความไว้วางใจ" ที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์องค์กรที่เป็นมืออาชีพ ดังนั้น คุณต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในมิติเหล่านี้:
การมีเพียง Facebook หรือ TikTok ไม่เพียงพอ
คุณต้องมี เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เป็น "สำนักงานดิจิทัล" เพื่อให้ลูกความได้เห็นข้อมูลสำนักงานของคุณจนเกิดความเชื่อถือหรือมั่นใจในความเป็นมืออาชีพของคุณ ก่อนที่จะติดต่อสัมพันธ์กัน
สิ่งต้องห้ามเด็ดขาด คือการใช้ฟรีอีเมล (เช่น Hotmail, Gmail) เพราะมันจะลดความน่าเชื่อถือคุณลงฮวบฮาบทันที
ลูกความระดับบริษัทใหญ่ๆ มองหาคู่ค้าที่มีอีเมลในชื่อโดเมนของตนเอง อันเป็นด่านกรองด่านแรกที่แสดงว่า คุณมีระบบสื่อสารที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ
คุณต้องมี ผลงานคดี และ/หรือ ผลงานเผยแพร่ความรู้กฎหมายเฉพาะทาง ที่ชัดเจน เพื่อพิสูจน์ความเชี่ยวชาญของคุณในเชิงรุกให้เป็นที่ประจักษ์ ตลอดจนถ้าคุณมีลูกความคนอื่นที่เคยใช้บริการของคุณแล้วประทับใจมาก จนพร้อมยินดีที่จะให้คุณระบุชื่อพวกเขาเป็นบุคคลอ้างอิง (Reference) ได้ ก็จะยิ่งเป็นแรงเสริมด้านบวก
อย่าปล่อยให้ทักษะทางกฎหมายอันยอดเยี่ยมของคุณ ถูกจำกัดด้วยรายได้ที่ไม่แน่นอนและวงจรการทำงานที่เหนื่อยล้าอีกต่อไป
ตลาดลูกความระดับบริษัท/นิติบุคคล คือหนทางสำคัญสู่ รายได้ที่เหนือกว่า งานที่มีมูลค่าสูงกว่า และความมั่นคงทางการเงินที่ยั่งยืนกว่า
อย่ารอให้คู่แข่งของคุณชิงนำหน้าไปก่อน!

ในยุคดิจิทัล ที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เน็ต การมีเพียงความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายไม่เพียงพออีกต่อไป ทนายความยุคใหม่ไม่สามารถรอให้ลูกความโทรฯ ติดต่อเข้ามาเอง หรือเดินเข้ามาหาที่สำนักงานเพียงอย่างเดียวได้อีกแล้ว
หากคุณกำลังใช้เว็บไซต์เป็นเพียงแค่ "นามบัตรออนไลน์" หรือกำลังทุ่มหยาดเหงื่อและเวลาไปกับการลงโพสต์ที่ไม่ได้ผล บทความนี้จะเปิดเผย "ความลับ" ที่ทนายความที่ประสบความสำเร็จใช้เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในขณะที่คุณหลับ
ประมวลกฎหมาย ประสบการณ์ กับตึกสำนักงานทางกายภาพ เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการดึงดูดลูกความ
Landing Page ของเว็บไซต์ที่ออกแบบมาอย่างมืออาชีพ คือ เครื่องมือสำคัญที่สุด ในการเพิ่มอัตราการได้รับงานคดีใหม่ๆ และทำให้เส้นทางวิชาชีพเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ลองจินตนาการว่าคุณมี Landing Page เป็นเครื่องจักรที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดึงดูดลูกค้า/ลูกความ ซึ่งกำลังมองหาบริการจากคุณโดยเฉพาะ นี่คือพลังที่แท้จริงของการตลาดออนไลน์
การปรับปรุงเว็บไซต์เพียงเล็กน้อย สามารถพลิกโฉมผู้เข้าชมทั่วไป ให้กลายเป็นลูกค้า/ลูกความที่มีค่าได้
ความแตกต่างระหว่าง "เว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จ" กับ "เว็บไซต์ที่ถูกลืม" อยู่ที่ความประทับใจใน 5 วินาทีแรก ที่ผู้เข้าชมเข้ามาถึงหน้าเว็บของคุณ
ใช้หัวข้อที่โดนใจลูกค้า/ลูกความที่กำลังมีปัญหาทางกฎหมายในขณะนั้น เช่น ในช่วงเวลาที่ปัญหาฉ้อโกงออนไลน์กำลังระบาดหนัก ผู้เสียหายมีเป็นจำนวนมาก ทนายความจึงควรนำเสนอปัญหานี้ พร้อมทางแก้ให้แก่ประชาชน ผ่านทางเว็บไซต์ของทนายความ
เลือกใช้ภาพที่เตะตา น่าสนใจ และเป็นมืออาชีพ หรือสร้างอินโฟกราฟิกที่สรุปข้อมูลสำคัญ เพื่อช่วยให้ข้อมูลเข้าใจง่ายและน่าสนใจมากขึ้น
นำเสนอกรณีศึกษา หรือคำนิยมจากลูกค้าที่พึงพอใจคุณ ประกอบกับคุณวุฒิและประสบการณ์ที่โดดเด่นของคุณ เพื่อสร้างความน่าเลื่อมใส น่าไว้วางใจในบริการของคุณ
ระบุให้ชัดแจ้งว่า ต้องการให้พวกเขาทำอะไรต่อไป เช่น "นัดปรึกษาฟรี" หรือ "ดูคลิปวิดีโออธิบายข้อกฎหมาย ฟรี"
คุณอาจกำลังกังวลว่าการสร้างเว็บไซต์ที่ซับซ้อนจะต้องใช้เวลานานและใช้งบประมาณสูงในการสร้าง แต่ความจริงแล้ว…
ก็สร้างเว็บไซต์ Landing Page แบบมืออาชีพได้
คุณไม่จำต้องรู้หรือมีทักษะด้าน IT
คุณเพียงแต่กำหนดกรอบใหญ่ๆ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณ/สำนักงานคุณ เพียงเท่านี้เราก็ช่วยเหลือคุณได้แล้ว
ที่สำนักกลยุทธ์และกฎหมาย ๙ ดาวเหนือ เราเข้าใจถึงความต้องการของทนายความยุคใหม่ และพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรในการนำพากลยุทธ์เหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติจริง
แฟ้ม ภาค 3